บริษัท ไนซ์ คอล (NCP) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 โดยใช้ชื่อย่อว่า “NCP” และมีการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 50 ล้านหุ้นในราคา 2.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย IPO 100 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 360 ล้านบาท
NCP ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการการตลาดแบบตรง (Direct Marketing) ผ่านช่องทางโทรศัพท์ (Telemarketing) โดยมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ความสวยงาม และสินค้าเวชสำอาง บริษัทมีฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 5 ล้านรายชื่อและมีพนักงานขายทางโทรศัพท์รวม 219 คน ในไตรมาสแรกปี 2567 รายได้ของบริษัทมาจากการขายสินค้าของคู่ค้า 66%, การขายสินค้าแบรนด์ของบริษัท 31%, และบริการต่าง ๆ 3%
การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO มีอัตราส่วน P/E Ratio เท่ากับ 28.14 เท่า ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขาย
บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายร่วม
นายศรัณย์ เวชสุภาพร CEO ของ บมจ. ไนซ์ คอล (NCP) ได้เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์กว่า 10 ปีในธุรกิจการตลาดแบบตรงและมีระบบ CRM ของตัวเองซึ่งช่วยให้เข้าใจลูกค้าและฐานข้อมูลเชิงลึกเป็นอย่างดี เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูกใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่, ขยายจำนวนพนักงานขายทางโทรศัพท์ในเรือนจำ, พัฒนาระบบเทคโนโลยีและเครือข่าย รวมถึงการเพิ่มทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO, ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ NCP ได้แก่ นายศรัณย์ เวชสุภาพร (ถือหุ้น 50.56%), นายนพพล ชูกลิ่น (ถือหุ้น 18.05%), และนายเอนก อึ้งตระกูล (ถือหุ้น 3.61%). บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ
นายศรัณย์ คาดหวังว่าหุ้น NCP จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเนื่องจากประสบการณ์ของผู้บริหาร, ทีมงานมืออาชีพ, ระบบ CRM ที่มีประสิทธิภาพ, และฐานข้อมูลลูกค้าที่ใหญ่ นอกจากนี้, บริษัทปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมีระบบบริหารคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2564-2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้ลดลงจากปี 2564 ถึง 2566 แต่ยังคงมีผลกำไร และคาดว่าในปี 2567 บริษัทจะมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น
เงินจากการระดมทุนจะใช้ในการขยายสำนักงาน, ขยายโครงการคืนคนดีสู่สังคมในเรือนจำ, พัฒนาซอฟต์แวร์และระบบเครือข่าย, และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดย NCP มีการตั้ง Silent Period 1 ปี และ Lock-Up หุ้นจำนวน 31,000,000 หุ้น สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม
นายเอกจักร บัวหภักดี จากบริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด และนายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ จากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ชื่นชมในความมั่นใจของนักลงทุนและการตอบรับที่ดีจากการเสนอขายหุ้น
นางสาวออมสิน ศิริ จากบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) มองว่า NCP มีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะในตลาด Telesales ที่สำคัญสำหรับ E-Commerce
Cr.สำนักข่าวอินโฟเควสท์
———————————————————-
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4yo